ต้องซื้อที่นอนใหม่ หรือแค่เพิ่มท็อปเปอร์บนที่นอนเดิมก็เพียงพอ

ควรจะเลือกที่นอนใหม่หรือแค่เพิ่มท็อปเปอร์ดี

แม้ว่าปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพหลายอย่างอาจส่งผลต่อการนอนหลับของคุณ แต่บางครั้งตัวการหลักที่ขัดขวางการนอนหลับสนิทของคุณอาจจะเป็นที่นอนที่คุณใช้เวลาอยู่ด้วยมากที่สุดตลอดคืนก็เป็นได้ สำหรับคนที่มักจะรู้สึกปวดเมื่อย มีอาการล้าเกิดขึ้นในทุกครั้งเมื่อตื่นเช้าขึ้นมา แสดงว่าคุณอาจจะมีการนอนหลับที่ไม่ได้คุณภาพ แต่คุณจะรู้อย่างไรว่าที่นอนปัจจุบันของคุณคือตัวการที่ขัดขวางการนอนหลับสนิท? ต่อไปนี้คือเกร็ดความรู้เล็ก ๆ น้อย ๆ ที่จะช่วยให้คุณสามารถตัดสินใจเลือกตัวช่วยในการนอนหลับให้ได้ผลดีที่สุด

เมื่อไหร่ที่ควรจะเปลี่ยนที่นอนใหม่?

การหาที่นอนที่เหมาะสมอาจเป็นเรื่องยาก แต่การจะรู้ว่าเมื่อใดควรจะถึงเวลาเปลี่ยนที่นอน และควรจะเปลี่ยนเป็นที่นอนแบบไหนดี นั้นยากยิ่งกว่า ต่อไปนี้เป็นคำถามที่คุณอาจจะถามตัวเองก่อนที่จะตัดสินใจเปลี่ยนที่นอนใหม่

1. ที่นอนปัจจุบันของคุณถูกใช้มาเกิน 7 ปีแล้วหรือยัง?

มาตรฐานที่นอนทั่วไปมีอายุประมาณ 7-10 ปี หลังจากนั้นจะเสื่อมสภาพและเป็นแหล่งเชื้อโรคได้ ซึ่งมีผลทำให้การนอนหลับแย่ลง เพราะฉะนั้นหากที่นอนของคุณมีอายุการใช้งานมาเกิน 7 ปี และหากคุณเองก็มีปัญหาในการนอนหลับพักผ่อนบนที่นอนหลังนี้ ก็อาจจะถึงเวลาที่คุณจะต้องเปลี่ยนที่นอนแล้ว

2. ที่นอนมีการยุบตัวหรือจมลงมากเกินไป อย่างสังเกตได้ง่ายหรือไม่?

ไม่มีใครที่ชอบนอนบนที่นอนที่ไม่รองรับร่างกายและไม่ทำให้รู้สึกสบายในระหว่างคืน โดยเฉพาะเมื่อตื่นมาแล้วมีอาการปวดหลังปวดตัว เพราะฉะนั้นหากที่นอนของคุณไม่มีความยืดหยุ่นเพียงพอ หรือจมเป็นหลุมเมื่อนอน คุณควรรีบเปลี่ยนที่นอนหลังใหม่ดีกว่าต้องเตรียมเงินเพื่อรักษาสุขภาพหลังของคุณ

3. คุณรู้สึกร้อนเวลานอนบนที่นอนหรือไม่?

ไม่มีอะไรที่จะทำลายการนอนหลับได้เท่ากับการตื่นขึ้นท่ามกลางกองเหงื่อ การที่นอนแล้วร้อนอาจจะเกิดได้จากทั้งลักษณะโดยธรรมชาติของคุณเอง และจากวัสดุของที่นอน ทางที่ดีควรเลือกที่นอนที่สามารถระบายอากาศและความร้อนได้ดี เพราะหากไม่สามารถระบายความร้อนได้ก็อาจจะทำให้คุณหลับไม่สนิท มีอาการหลับ ๆ ตื่น ๆ ได้

4. มีรอยแตกขาด และคราบสกปรกหรือไม่?

รอยแยกขาดและคราบสกปรกเป็นโอกาสที่ดีของเหล่าเชื้อราและไรฝุ่นที่สามารถส่งตรงถึงผิวหนังของคุณได้ โดยเฉพาะคราบต่าง ๆ ที่ไม่ว่าจะทำความสะอาดยังไงก็ไม่หาย

หากคุณสังเกตเห็นสิ่งที่กล่าวมาข้างต้นในที่นอนที่มีอยู่ของคุณ คงถึงเวลาแล้วที่คุณควรพิจารณาซื้อที่นอนใหม่ แต่หากคุณยังลังเลไม่แน่ใจว่าการซื้อที่นอนหลังใหม่จะแก้ปัญหาให้กับคุณ การใช้ท็อปเปอร์แทนการเปลี่ยนที่นอนทั้งหลังก็เป็นอีกทางเลือกที่หลาย ๆ คนพิจารณา

ควรจะเลือกที่นอนใหม่หรือแค่เพิ่มท็อปเปอร์ดี

เพื่อเปลี่ยนแปลงคุณภาพในการนอนที่ดีขึ้นผ่อนคลายจากอาการเมื่อยล้าเมื่อตื่นนอน แต่ยังไม่แน่ใจว่าควรจะใช้ท็อปเปอร์แทนการซื้อที่นอนใหม่ดีหรือไม่ มีวิธีง่าย ๆ ในการประเมินความต้องการเพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกระหว่างที่นอนใหม่กับท็อปเปอร์ดังนี้

1. ที่นอนนุ่มเกินไปหรือไม่

แม้ว่าความนุ่มของที่นอนจะช่วยให้คุณรู้สึกเบาสบายแต่ก็อาจจะไม่ได้ส่งผลดีต่อการนอนของคุณเลย เพราะความนุ่มยวบเกินไปอาจหมายถึงความไม่ยืดหยุ่นเพียงพอที่จะรองรับสรีระกระดูกของคุณ ทำให้คุณมีอาการปวดหลังได้ วิธีแก้ไขที่สามารถทำได้ง่าย ๆ คือการเพิ่มท็อปเปอร์แบบแน่นเพื่อให้รับกับสรีระ ป้องกันการปวดหลัง แต่ในกรณีที่ที่นอนของคุณนุ่มยวบมาก ๆ ท็อปเปอร์อย่างเดียวอาจจะไม่เพียงพอ ในกรณีนี้การซื้อที่นอนใหม่อาจจะเหมาะสมกว่า

2. ที่นอนแน่นเกินไป

นุ่มเกินไปก็ไม่ได้ แข็งเกินไปก็ไม่ดี เมื่อไหร่ก็ตามที่รู้สึกว่าเตียงของคุณแน่นเกินไปหรือแข็งเกินไปตอนนั้นแหละที่คุณควรพิจารณาซื้อท็อปเปอร์ได้แล้ว โดยเลือกท็อปเปอร์ยางพาราแบบนุ่มเด้งจะช่วยให้คุณรู้สึกเหมือนได้ที่นอนใหม่ที่เหมาะกับสรีระร่างกายของคุณอย่างแน่นอน

3. ที่นอนปัจจุบันยังใหม่อยู่

เป็นอีกหนึ่งสัญญาณบ่งชี้ว่าการซื้อท็อปเปอร์ คือคำตอบที่ดีกว่าเพราะหากที่นอนของคุณยังใหม่และยังอยู่ในสภาพดี การซื้อที่นอนใหม่เป็นเรื่องที่เกินความจำเป็นแน่นอน แต่การเลือกท็อปเปอร์ที่แก้ปัญหาให้คุณอาจจะทำให้คุณประหยัดและยังเหมือนได้ที่นอนหลังใหม่มากกว่า

เพราะปัญหาสุขภาพและการนอนหลับสำคัญ อย่าลืมตรวจดูคุณภาพที่นอนของคุณเพื่อป้องกันอาการปวดเมื่อย อ่อนล้าในตอนเช้านะคะ