รู้จักภาวะหยุดหายใจขณะหลับ กับแนวทางป้องกันเพื่อลดความเสี่ยง

ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ แม้จะเป็นความเจ็บป่วยที่ไม่แสดงอาการของโรคชัดเจน แต่เป็นปัญหาสุขภาพรูปแบบหนึ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพราะทำให้ผู้ที่เป็นมีอาการอ่อนเพลียระหว่างวัน เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ รวมถึงส่งผลกระทบต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด SleepSelect จึงขอพาคุณมาศึกษาเรื่องภาวะหยุดหายใจขณะหลับ และเรียนรู้วิธีป้องกัน เพื่อให้เราลดความเสี่ยงจากภาวะนี้ได้

ภาวะหยุดหายใจขณะหลับคืออะไร

ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ เป็นอาการผิดปกติที่พบมากในผู้ที่นอนกรนเป็นประจำ ซึ่งจะมีปัญหาช่องทางเดินหายใจตีบแคบอยู่แล้ว โดยผู้ที่เป็นภาวะนี้เพิ่มมาอีกจะมีอาการหยุดหายใจเป็นพัก ๆ ระหว่างนอนหลับ ช่วงเวลาที่หยุดหายใจคือประมาณ 10-30 วินาที หรือบางรายอาจหยุดหายใจมากกว่า 1 นาที และอาการเหล่านี้อาจเกิดขึ้นได้เป็นร้อย ๆ ครั้งในหนึ่งคืน โดยภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ทางการแพทย์แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ตามสาเหตุของการเกิด ดังนี้

  • เกิดจากมีการอุดกั้นที่ทางเดินหายใจ (Obstructive Sleep Apnea : OSA) เป็นประเภทภาวะหยุดหายใจขณะหลับที่พบบ่อยที่สุด เกิดขึ้นเมื่อทางเดินหายใจส่วนบนตีบแคบมากกว่าปกติ จนมีการอุดกั้นอย่างสมบูรณ์
  • เกิดจากความผิดปกติของสมองส่วนกลาง (Central Sleep Apnea : CSA) เป็นลักษณะที่พบได้น้อยที่สุด เกิดขึ้นเมื่อสมองส่วนกลางสั่งการกล้ามเนื้อที่ควบคุมด้านการหายใจได้ไม่เต็มที่ ซึ่งอาจเป็นผลมาจากยาบางชนิด เช่น ยานอนหลับ ที่ไปกดการทำงานของสมองส่วนนี้ไว้ หรือมีโรคทางสมองบางอย่าง เช่น โรคเนื้องอกในสมอง
  • เกิดจากความผิดปกติที่ทางเดินหายใจและสมอง (Complex Sleep Apnea) เป็นภาวะหยุดหายใจขณะหลับที่มีสาเหตุจากทั้ง 2 ข้อก่อนหน้าในลักษณะผสมผสานกัน

อาการที่บ่งบอกว่าอาจมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

ขณะนอนหลับ

  • นอนกรนเสียงดังมากจนผิดสังเกต
  • มีอาการสำลักสลับกับอาการกรน
  • หายใจขัด หายใจแรงเหมือนขาดอากาศ หรือหายใจไม่สม่ำเสมอ
  • นอนหลับไม่สนิท เพราะสะดุ้งตื่นกลางดึกเป็นประจำ
  • กระสับกระส่าย ละเมอบ่อย

หลังตื่นนอน

  • ปวดศรีษะ
  • ปากแห้ง คอแห้ง เจ็บคอ
  • ตื่นมาแล้วไม่สดชื่น เหมือนนอนไม่เต็มอิ่ม
  • ง่วงนอนตลอดทั้งวัน
  • อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย
  • อารมณ์ไม่ดี หงุดหงิดง่าย
  • ไม่มีสมาธิ มีปัญหาเรื่องความจำ
  • ความรู้สึกทางเพศลดลง

ใครบ้างที่เสี่ยงเป็นภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

  • ผู้สูงอายุ เพราะกล้ามเนื้อช่องคอหย่อนคล้อยมากกว่าปกติ
  • เพศชาย มีแนวโน้มที่จะมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับมากกว่าผู้หญิง 2-3 เท่า (แต่ผู้หญิงที่เป็นโรคอ้วน หรืออยู่ในวัยหมดประจำเดือน อาจมีความเสี่ยงได้เช่นกัน)
  • ผู้ที่มีปัญหาโรคอ้วน น้ำหนักเกิน เนื่องจากมีไขมันสะสมรอบทางเดินหายใจส่วนบน
  • ผู้ที่มีลักษณะทางกายภาพบางอย่าง ที่ทำให้ช่องทางเดินหายใจตีบแคบได้ง่าย เช่น คอหนา คอใหญ่ ลิ้นหนา ต่อมทอนซิลและอดีนอยด์โต
  • ผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
  • ผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์หรือใช้ยากล่อมประสาทเป็นประจำ ซึ่งจะมีสารที่ทำให้กล้ามเนื้อภายในลำคอคลายตัว
  • ผู้ที่สูบบุหรี่บ่อย เพราะการสูบบุหรี่ทำให้ช่องทางเดินหายใจอักเสบและหนาตัว รวมทั้งมีเสมหะมากขึ้น
  • ผู้ที่ผู้ที่มีอาการภูมิแพ้ ไอจาม คัดจมูกบ่อย จะทำให้จมูกอักเสบและพัฒนาเป็นภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้นได้
  • ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงจากข้อก่อนหน้าและชอบนอนหงาย เพราะท่านอนหงาย กล้ามเนื้อภายในคอจะหย่อนกว่าท่านอนอื่น ๆ และลิ้นปิดกั้นช่องทางเดินหายใจมากกว่า

อันตรายจากภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

  • การนอนหลับไม่สนิทจะทำให้อ่อนเพลียง่าย ไม่มีสมาธิ ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการทำงาน และอาจเกิดอุบัติเหตุเพราะหลับในได้
  • เกิดภาวะแทรกซ้อนหลายอย่าง เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ
  • ผู้ที่มีภาวะนี้รุนแรงแล้วไม่ได้รับการรักษา พบว่ามีอัตราการเสียชีวิตสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

การรักษาและวิธีดูแลตัวเอง เพื่อหลีกเลี่ยงภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

หากพบว่าตัวเองเข้าข่ายภาวะดังกล่าว ควรรีบปรึกษาแพทย์ โดยวิธีรักษาของแพทย์ อาจมีการทำ Sleep Test, ใช้เครื่องช่วยหายใจแรงดันบวก (Continuous Positive Airway Pressure : CPAP) หรือผ่าตัดบริเวณช่องทางเดินใจ ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของแต่ละคน นอกจากนั้น ต้องดูแลตัวเองควบคู่ไปด้วย เช่น

  • หลีกเลี่ยงท่านอนหงาย แล้วเปลี่ยนเป็นท่านอนตะแคง เพราะจะทำให้หายใจได้สะดวกว่า หรือหากต้องนอนหงายจริง ๆ ควรหาหมอนหนุนมาเสริมที่ศีรษะ เพื่อให้อยู่ในตำแหน่งที่สูงกว่าลำตัว
  • เลือกใช้ที่นอนยางพาราแท้ 100% เพราะที่นอนยางพาราไม่เป็นแหล่งสะสมตัวของสารก่อภูมิแพ้ จึงลดการไอจามจนจมูกอักเสบ ทำให้ช่องทางเดินหายใจโล่งสบาย นอกจากนั้น ที่นอนยางพารายังรองรับสรีระได้ดี ตั้งแต่ช่วงศีรษะจรดปลายเท้า ร่างกายส่วนบนจึงอยู่ในแนวที่เป็นธรรมชาติ ลดโอกาสกล้ามเนื้อกดทับส่วนคอ
  • เลือกหมอนให้ถูกสรีระการนอน เพราะการนอนหมอนที่สูง หรือต่ำเกินไปมีผลต่อความสะดวกของช่องทางเดินหายใจ การเลือกหมอนให้ตรงกับขนาดร่างกาย และลักษณะท่านอนจึงมีความสำคัญที่นอกจากจะช่วยให้ไม่ปวดเมื่อยคอแล้ว ยังทำช่วยลดการกรน และการเกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับได้อีกด้วย
  • งดแอลกอฮอล์หรือสูบบุหรี่ เพราะแอลกอฮอล์ทำให้กล้ามเนื้อคลายตัว ส่วนการสูบบุหรี่ทำให้ทางเดินหายใจอักเสบหรือบวมขึ้น จึงอาจหายใจไม่สะดวก
  • ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน โดยการงดทานของหวาน อาหารไขมันสูง เพิ่มการทานผักผลไม้ และออกกำลังเป็นประจำ
  • ปรึกษาแพทย์/เภสัชกรเกี่ยวกับยาที่ใช้อยู่ เพราะภาวะหยุดหายใจขณะหลับ อาจเป็นผลมาจากการทานยาบางชนิดที่มีฤทธิ์กดประสาทส่วนกลาง ซึ่งผู้เชี่ยวชาญอาจให้คำแนะนำเพิ่มเติม หรือเปลี่ยนเป็นยาตัวอื่นแทน

ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ถือเป็นความเจ็บป่วยที่ไม่ควรละเลย เพราะอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อน และส่งผลต่อการทำงานและชีวิตได้ ดังนั้นต้องปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อทำการรักษา พร้อมกับดูแลตัวเองด้วยการควบคุมน้ำหนัก ใช้ที่นอนยางพารา ปรับท่านอน งดแอลกอฮอล์และบุหรี่ และพิจารณาเรื่องยาที่ใช้ ก็จะช่วยหลีกเลี่ยงภาวะไม่พึงประสงค์ดังกล่าวได้