เมลาโทนินช่วยให้นอนหลับได้ดีขึ้นจริงหรือไม่?

เมลาโทนินคืออะไร?

เมลาโทนิน (Melatonin) เป็นฮอร์โมนที่ผลิตขึ้นเองตามธรรมชาติโดยต่อมไพเนียลของร่างกายเพื่อตอบสนองต่อความมืด ซึ่งการผลิตเมลาโทนินของร่างกายจะถูกควบคุมจากการสัมผัสกับแสงและความมืด โดยร่างกายจะผลิตเมลาโทนินมากขึ้นในตอนเย็นเมื่อมืดขึ้น เป็นผลทำให้คุณรู้สึกง่วงนอน ในทางกลับกันเมื่อแสงสว่างขึ้น ร่างกายจะลดปริมาณการผลิตเมลาโทนินลง ซึ่งจะทำให้คุณรู้สึกตื่นตัว ดังนั้นเมลาโทนินจึงมีบทบาทสำคัญในการควบคุมวงจรการนอนหลับ-การตื่นของร่างกาย (Circadian Rhythm)

นอกเหนือจากเมลาโทนินที่ผลิตได้เองภายในร่างกาย ปัจจุบันยังมีเมลาโทนินในรูปแบบอาหารเสริมวางจำหน่ายและถูกใช้อย่างแพร่หลายมากมายหลายรูปแบบ ทั้งยาเม็ด แคปซูล และยาหยด ซึ่งเมลาโทนินในรูปแบบอาหารเสริมนี้มักถูกใช้เพื่อเป็นตัวช่วยการนอนหลับ โดยทั่วไปถือว่าเมลาโทนินเสริมมีความปลอดภัยและมีจำหน่ายโดยไม่ต้องมีใบสั่งยาในหลายประเทศ รวมถึงสหรัฐอเมริกา แต่สำหรับในประเทศไทยยังถือว่าเป็นยาอันตราย จึงมีจำหน่ายเฉพาะในร้ายยา และจ่ายตามที่แพทย์สั่งเท่านั้น

เมื่อร่างกายสามารถผลิตเมลาโทนินได้เอง ทำไมเรายังต้องการเมลาโทนินเพิ่ม?

ในขณะที่ร่างกายสามารถผลิตเมลาโทนินได้เองตามกลไกการทำงานตามธรรมชาติที่มีต่อแสง สำหรับผู้ที่ทำงานไม่เป็นเวลา ทำงานกะดึก หรือผู้ที่มีปัญหาในการนอนหลับ การผลิตเมลาโทนินตามธรรมชาติของร่างกายอาจไม่เพียงพอต่อการนอนหลับที่ดีต่อสุขภาพ ต่อไปนี้เป็นสาเหตุที่ทำให้คุณอาจต้องเพิ่มเมลาโทนินให้กับร่างกาย

1.การได้รับแสงในเวลาใกล้นอน

การได้รับแสง โดยเฉพาะแสงสีฟ้า (Blue Light) ที่ปล่อยออกมาจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ สามารถรบกวนการผลิตเมลาโทนินของร่างกายได้ ทำให้หลับยากและหลับไม่สนิท แม้ว่าระดับเมลาโทนินจะปกติก็ตาม

2. อายุ

ระดับเมลาโทนินจะลดลงตามธรรมชาติเมื่ออายุมากขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อปัญหาการนอนหลับในผู้สูงอายุ การเพิ่มเมลาโทนินให้ผู้สูงอายุจึงสามารถช่วยปรับปรุงคุณภาพการนอนหลับและเพิ่มระยะเวลาในการนอนให้กับผู้สูงอายุได้

3. ภาวะทางสุขภาพร่างกาย

ภาวะทางสุขภาพบางอย่าง เช่น โรคนอนไม่หลับ ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ความเครียด เหล่านี้สามารถรบกวนความสามารถของร่างกายในการผลิตเมลาโทนินให้เพียงพอ การรับประทานเมลาโทนินเพิ่มจึงสามารถช่วยลดปัญหาการนอนไม่หลับ และยังสามารถช่วยลดความเครียดและวิตกกังวลได้อีกด้วย

4. ยา

ยาบางชนิดอาจรบกวนการผลิตเมลาโทนินของร่างกาย รวมถึงยาต้านอาการซึมเศร้าบางชนิด ส่งผลให้ร่างกายได้รับเมลาโทนินไม่เพียงพอจนก่อนให้เกิดปัญหาการนอนหลับยาก นอนไม่หลับ

5. อาการ Jet Lag

เมื่อเราต้องเดินทางไกล อาจทำให้ร่างกายปรับตัวไม่ทันกับเวลาที่เปลี่ยนไป ทำให้เกิดอาการ Jet Leg ซึ่งเป็นปัญหาการนอนหลับแบบชั่วคราว ดังนั้นการเพิ่มเมลาโทนินให้กับร่างกายถือเป็นการช่วยรีเซ็ตนาฬิกาภายในร่างกายให้ปรับตัวกับเวลาใหม่ ทำให้หาย Jet Lag ได้เร็วขึ้น

นอกเหนือกจากสาเหตุที่กล่าวมาด้านบนแล้ว เมลโทนินยังสามารถช่วยส่งเสริมการผ่อนคลายและลดความวิตกกังวล และเมื่อร่างกายและจิตใจผ่อนคลาย ก็ย่อมทำให้หลับได้ง่ายขึ้น เมลาโทนินจึงเป็นที่นิยมสำหรับผู้ที่มีปัญหานอนไม่หลับ
และถือเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการปรับปรุงคุณภาพการนอนหลับ อย่างไรก็ตามสิ่งสำคัญก่อนที่จะเลือกรับประทานเมลาโทนินเสริมควรปรึกษากับแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญก่อน เพื่อกำหนดปริมาณและรูปแบบที่เหมาะสมกับความต้องการของคุณ พร้อมทั้งเรียนรู้ข้อควรระวังก่อนใช้เมลาโทนินเสริม นอกจากนี้ สิ่งสำคัญคือต้องปฏิบัติตามสุขอนามัยการนอนหลับที่ดีและจัดการกับความผิดปกติของการนอนหลับ เพื่อคุณภาพการนอนหลับที่ดีในระยะยาว