7 วิธีดูแลที่นอนและเครื่องนอน ปกป้องคุณจากสารก่อภูมิแพ้

วิธิดูแลเครื่องนอนและที่นอน

หากคุณเป็นโรคภูมิแพ้แล้วรู้สึกคัดจมูก จาม หรือหายใจไม่ออกตอนนอนโดยไม่ทราบสาเหตุอยู่บ่อย ๆ อาจถึงเวลาแล้วที่ต้องหาวิธีดูแลที่นอนและเครื่องนอนภายในห้องนอนของคุณ เพราะส่วนใหญ่แล้วผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้มักมีอาการแพ้ต่อเชื้อราและไรฝุ่นที่ซ่อนตัวอยู่บนเตียง โซฟา และผ้าม่านในบ้าน ดังนั้นเราจึงจำเป็นที่จะต้องหาวิธีป้องกันเชื้อราและไรฝุ่นตัวการที่ทำให้เกิดสารก่อภูมิแพ้ เพื่อหลีกเลี่ยงอาการแพ้ที่อาจจะรุนแรงขึ้นจนเกิดอันตรายถึงชีวิตในขณะที่คุณนอนหลับ ซึ่งวิธีการที่เราจะแนะนำด้านล่างนี้อาจช่วยคุณได้

7 วิธีดูแลและเลือกใช้ที่นอนหรือเครื่องนอน เพื่อกำจัดสารก่อภูมิแพ้

สารก่อภูมิแพ้ คือ สิ่งที่ทำให้ร่างกายมีอาการแพ้ มาจากเชื้อราและไรฝุ่นรอบ ๆ ตัวคุณ หากคุณรู้สึกอยากจาม และอึดอัดหายใจไม่ออกจนนอนไม่หลับ ก็แสดงว่าที่นอนและเครื่องนอนหรือห้องของคุณอาจมีการสะสมสารที่ก่อภูมิแพ้ หากคุณอยากนอนหลับสบายโดยไม่มีอะไรมารบกวน สามารถลองนำวิธีการเหล่านี้ไปใช้ได้

1. เลือกใช้ที่นอนและหมอนที่ระบายความร้อนได้ดี

หากคุณนอนหลับแล้วมีเหงื่อออกในเวลากลางคืน ควรเลือกใช้ที่นอน หมอน และผ้าห่มที่ระบายความร้อนได้ดี จะทำให้ไม่นอนร้อนจนเหงื่อไหล ไม่เกิดความชื้นลดการเติบโตของเชื้อราและสารก่อภูมิแพ้ตัวฉกาจได้

2. ผ้าปูและปลอกหมอนปลอดสารที่ก่อภูมิแพ้

คุณไม่ควรใส่ใจแค่เรื่องการเลือกที่นอนเพียงอย่างเดียว ปลอกหมอนและผ้าปูที่ใช้ห่อหุ้มก็สำคัญเช่นกันควรเลือกใช้ผ้าจากวัสดุที่ไม่ทำให้เกิดสารก่อภูมิแพ้ ได้แก่ :

  • ผ้าไหม เป็นวัสดุที่อ่อนนุ่มเป็นพิเศษสามารถป้องกันสารที่ก่อภูมิแพ้ได้ และอ่อนโยนต่อผิวของคุณด้วย
  • เส้นใยไม้ไผ่ จะให้ความเย็นสบายและแห้งสามารถดูดซับความชื้นได้ดีลดการเติบโตของเชื้อราและการแพร่กระจายของไรฝุ่นได้
  • ผ้าTencel ทำมาจากเส้นใยของต้นยูคาลิปตัส สามารถดูดซับความชื้นได้ดี ลดการเติบโตของเชื้อโรคแบคทีเรีย และสารก่อภูมิแพ้ในที่ร่มได้
  • ผ้าฝ้าย มีคุณสมบัติระบายอากาศได้ดี ไม่กักเก็บความชื้นให้เชื้อโรคเจริญเติบโตได้
  • ผ้าผสานนาโนซิงค์ออกไซด์ เป็นการฝั่งนาโนซิงค์ออกไซด์ลงในเส้นใยผ้า ซึ่งได้รับการพิสูจน์และยอมรับจากนักวิทยาศาสตร์แล้วว่ามีคุณสมบัติในการกำจัดและยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียชนิดร้ายและฝุ่นละอองที่เกิดจากเส้นใยผ้า ช่วยลดปัญหาผิวหนังและภูมิแพ้

3. ทำความสะอาดด้วยเครื่องดูดฝุ่น

ที่นอนและเครื่องนอนของคุณสามารถทำความสะอาดด้วยการใช้เครื่องดูดฝุ่นที่มีตัวกรอง HEPA อย่างไรก็ตามควรดูดฝุ่นตามเฟอร์นิเจอร์ พรม ม่านและอุปกรณ์ตกแต่งต่าง ๆ ภายในห้องนอนด้วย ทำอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1-2 ครั้งหากคุณไม่มีเวลามาทำเองสามารถใช้บริการดูดไรฝุ่นจากบริษัทที่เชื่อถือได้

4. ทำความสะอาดที่นอนและเครื่องนอนด้วยน้ำยาซักที่ปลอดภัย

ถ้าคุณอยากซักผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน และผ้าห่ม ควรซักด้วยอุณหภูมิที่สูง ตากแดดจัด ๆ ในที่ที่มีลมโกรกและใช้น้ำยาซักที่ปลอดภัยมีส่วนผสมของสารเคมีที่อาจก่อให้เกิดการแพ้ให้น้อยที่สุด

5. เครื่องฟอกอากาศ

การติดตั้งเครื่องฟอกอากาศหรือเครื่องกรองอากาศไว้ในห้องนอนสามารถขจัดสารก่อภูมิแพ้ในอากาศได้ดีที่สุด ทำให้อากาศในห้องมีความสะอาด และส่งผลดีต่อผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้ทำให้นอนหลับสบายยิ่งขึ้น

6. เครื่องดูดความชื้น

การนำเครื่องดูดความชื้นหรือลดความชื้นไปวางไว้ในห้องนอน สามารถควบคุมระดับความชื้นให้อยู่ในระดับปกติได้ ทำให้ที่นอนและเครื่องนอนในห้องของคุณไม่มีความชื้น ทั้งยังช่วยให้มีอุณหภูมิที่เหมาะแก่การนอนมากขึ้น

7. จัดห้องให้โล่งโปร่งสบาย

พยายามลดปริมาณสิ่งของที่เยอะเกินความจำเป็นไว้ในห้องนอน ทางที่ดีควรจัดเก็บสิ่งของต่าง ๆ ไว้ในตู้ที่มิดชิดเพื่อลดการสะสมของไรฝุ่นตัวการสารก่อภูมิแพ้ที่รบกวนการนอนหลับของคุณ

 

วิธีเอาชนะโรคภูมิแพ้ง่าย ๆ ด้วยตัวคุณเอง

ถึงแม้โรคภูมิแพ้จะไม่ได้เป็นโรคที่อันตรายร้ายแรง แต่ก็รบกวนการใช้ชีวิตประจำและการนอนหลับของคุณ เราอาจจะไม่มีคำแนะนำสำหรับวิธีการรักษาให้หายขาด แต่เราสามารถแนะนำวิธีการเอาชนะและดูแลสุขภาพให้สามารถใช้ชีวิตอย่างปกติง่ายขึ้นได้

  • ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในแต่ละวันของคุณ ควรเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนเข้าห้องนอน หรืออาบน้ำก่อนนอน ซึ่งจะช่วยลดโอกาสที่สารภูมิแพ้จากตัวคุณจะมาเกาะตามที่นอนและเครื่องนอน ลดโอกาสการเกิดโรคภูมิแพ้
  • สวมหน้ากากเวลาที่อยู่ข้างนอก บางครั้งคุณอาจหลีกเลี่ยงฝุ่นละอองหรือสารก่อภูมิแพ้ตอนที่อยู่นอกบ้านไม่ได้ แต่คุณสามารถสวมหน้ากากป้องกันได้
  • ทดสอบการแพ้ การทดสอบอาการแพ้จะทำให้รู้ว่าคุณแพ้สารอะไรบ้าง ทำให้สามารถหลีกเลี่ยงเฉพาะเจาะจงได้ง่ายขึ้น
  • ทานอาหารที่มีวิตามินที่ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง
  • วิตามินซี จะช่วยป้องกันการหลั่งวิตามินสารฮิสตามีนที่ทำให้เกิดอาการแพ้
  • วิตามินเอ สร้างเนื้อเยื่อและเสริมสร้างเยื่อบุต่าง ๆ ต่อต้านสารก่อภูมิแพ้
  • โปรตีน ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย
  • พกยากันภูมิแพ้ติดตัว คุณจำเป็นต้องเตรียมยารักษาไว้ติดตัว เมื่อคุณมีอาการภูมิแพ้กำเริบสามารถกินยารักษาได้ทันที จะสามารถทำกิจกรรมในระหว่างวันได้ตามปกติ โดยไม่มีอาการแพ้มารบกวน

การสร้างสิ่งแวดล้อมในการนอนอย่างการดูแลที่นอนและเครื่องนอนให้สะอาด สามารถช่วยคุณลดอาการแพ้ตอนนอนได้ ช่วยให้การนอนหลับมีคุณภาพมากขึ้น แต่ในหลาย ๆ ครั้งที่คุณอาจจะต้องอยู่นอกบ้านและไม่สามารถปรับเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมรอบข้างได้ ดังนั้นอย่าลืมที่จะดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงขึ้น เพื่อที่จะทำให้ร่างกายลดความไวต่อสารก่อภูมิแพ้ และสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุขมากยิ่งขึ้นนะคะ