15 เคล็ดลับเพิ่มความเย็นสบายในระหว่างนอน

เพิ่มความเย็นระหว่างนอน

การรู้สึกร้อนขณะนอนหลับเป็นเรื่องปกติที่หลายคนต้องเผชิญทุกคืน เนื่องจากในระหว่างที่เราหลับนั้น ร่างกายจะปรับอุณหภูมิในร่างกายให้เย็นลง ทำให้ความร้อนระบายออกจากร่างกาย หากอุณหภูมิในห้องนอนไม่มีความเย็นที่เพียงพอ หรือที่นอน หมอน ผ้าห่ม ไม่สามารถระบายอากาศได้ดี ก็ย่อมจะส่งผลให้คุณรู้สึกร้อนและนอนหลับได้ไม่ดีนั้นเอง โดยอุณหภูมิที่เหมาะสำหรับการนอนหลับคือระหว่าง 18 ถึง 22 องศาเซลเซียส เมื่ออุณหภูมิสูงกว่านี้จะทำให้นอนหลับยากขึ้น และส่งผลต่อความสามารถในการผล็อยหลับและการหลับลึกได้ ดังนั้นเรามาดูเคล็ดลับในการปรับอุณหภูมิภายในห้องพร้อม ๆ กับเรียนรู้เทคนิคการจัดการอุณหภูมิร่างกายของเรา เพื่อสุขอนามัยในการนอนหลับที่ดีกันนะคะ

เริ่มจากวิธีจัดการอุณหภูมิร่างกายของเรา เพื่อคลายร้อนก่อนนอน

กิจกรรมที่คุณทำก่อนนอน สามารถส่งผลต่อการนอนหลับของคุณในคืนนั้นได้ ดังนั้นเรามาลองดูวิธีคลายเครียดและคลายร้อนก่อนนอนเหล่านี้ไปปรับใช้ให้เข้ากับกิจวัตรประจำวันของคุณ เพื่อการนอนหลับที่เย็นสบายตลอดคืน

วิธีที่ 1 การอาบน้ำอุ่น

การอาบน้ำอุ่นก่อนนอนสามารถลดอุณหภูมิร่างกายได้ แม้ว่าอุณหภูมิร่างกายจะสูงขึ้นในตอนอาบน้ำ แต่เมื่ออาบน้ำเสร็จแล้ว อุณหภูมิของร่างกายจะเริ่มเย็นลง ยิ่งไปกว่านั้น การอาบน้ำอุ่นยังช่วยให้คุณรู้สึกผ่อนคลาย ทำให้หลับได้เร็วขึ้นอีกด้วย ในทางกลับกัน หากคุณอาบน้ำเย็นอาจกลายเป็นการกระตุ้นร่างกายให้ตื่นตัว ทำให้คุณไม่รู้สึกง่วงนอน หรือหลับยากขึ้นได้ ส่วนน้ำที่ร้อนเกินไปนอกจากจะทำให้ผิวแห้งเสียแล้วยังทำให้อุณหภูมิในห้องน้ำและในห้องสูงขึ้นด้วย

วิธีที่ 2 ใช้ผ้าเย็นประคบตามจุดต่าง ๆ

ส่วนที่ร่างกายมักจะมีเหงื่อออกตอนกลางคืน คือที่บริเวณศรีษะและใบหน้า เพราะฉะนั้นหากเราสามารถลดอุณหภูมิของร่างกายส่วนนี้ได้ด้วยการนำผ้าเย็นประคบก่อนนอน ก็จะเป็นการช่วยส่งเสริมการนอนหลับที่ง่ายขึ้น และเย็นสบายตลอดคืน

วิธีที่ 3 ทำให้ผิวเย็นและชุ่มชื้น

นอกจากการนำผ้าเย็นประคบก่อนนอนแล้ว การบำรุงผิวด้วยเจลทำความเย็น เช่น ว่านหางจระเข้ หรือผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกายบางชนิดที่ช่วยขจัดเหงื่อให้ความรู้สึกเย็นสบาย ก็ช่วยรักษาผิวให้เย็นอยู่เสมอเป็นวิธีที่ดีในการลดความร้อนในร่างกายเช่นกัน

วิธีที่ 4 หลีกเลี่ยงอาหารมื้อหนักในช่วงใกล้เวลานอน

อาหารมื้อหนักที่มีไขมัน คาร์โบไฮเดรต และเครื่องเทศ ทำให้ร่างกายต้องใช้พลังงานเพิ่มที่จะย่อยสลายอาหารเหล่านี้ ส่วนอาหารรสเผ็ดก็มีส่วนทำให้เหงื่อออก ดังนั้นควรเลือกทานอาหารเบา ๆ ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพก่อนนอนแทน โดย พิจารณาตัวเลือก เช่น สลัด ไก่ หรือปลา หากคุณอยากทานอาหารว่างในช่วงดึก ให้จัดลำดับความสำคัญของอาหารที่ช่วยให้คุณนอนหลับ เช่น ป๊อปคอร์นหรือดาร์กช็อกโกแลต

วิธีที่ 5 ดื่มน้ำเย็น

วางแก้น้ำแข็งไว้ข้างเตียงนอนเพื่อจิบเมื่อคุณรู้สึกร้อน เพราะอาการเหงื่อออกระหว่างหลับอาจเป็นผลมาจากการขาดน้ำ ดังนั้นคุณควรดื่นน้ำให้เพียงพอในระหว่างวัน และเพิ่มน้ำเย็นไว้ข้างเตียง เพื่อให้คุณสามารถดื่ม และทำให้คุณรู้สึกเย็นลงหากคุณตื่นนอนเพราะหิวน้ำหรือนอนไม่หลับเพราะอากาศร้อนมากเกินไปได้

วิธีที่ 6 จำกัดแอลกอฮอล์ก่อนนอน

การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อนนอนไม่เพียงส่งผลเสียต่อการนอนหลับของคุณเท่านั้น แต่ยังทำให้ร้อนวูบวาบและเหงื่อออกตอนกลางคืนได้อีกด้วย เมื่อคุณดื่มแอลกอฮอล์ หลอดเลือดของคุณจะขยายและเคลื่อนเข้าใกล้ผิวมากขึ้น ทำให้คุณมีเหงื่อออก ครั้งต่อไปที่คุณอยากดื่มไวน์สักแก้วก่อนนอน ลองเปลี่ยนเป็นดื่มชาอุ่นๆ หรือนมสักแก้วแทน

วิธีที่ 7 หลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดที่มากเกินไปในระหว่างวัน

ถึงแม้ว่าการรับวิตามินดีในตอนเช้าจะเป็นวิธีที่ดีในการตื่นนอนแบบธรรมชาติ แต่หากรับแสงแดดมากเกินไปอาจส่งผลเสียต่อผิวและการนอน เพราะฉะนั้นอย่าลืมที่จะทาครีมป้องกันแดด และจำกัดเวลาอยู่กลางแดดถ้าคุณเป็นคนที่มักจะนอนแล้วรู้สึกร้อน

วิธีที่ 8 ออกกำลังกายตอนเช้า

เพราะการออกกำลังกายนอกจากจะทำให้ร่างกายตื่นตัวแล้ว ยังทำให้คุณเหงื่อออก ดังนั้นคุณควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายใกล้เวลานอนมากเกินไป เพราะจะทำให้อุณหภูมิร่างกายลดลงระหว่างการนอนหลับได้ยากขึ้น ลองออกกำลังกายในตอนเช้าแทน เหงื่อออกในตอนเช้ามีประโยชน์มากมายรวมถึงความสามารถในการนอนหลับลึกด้วย

เคล็ดการจัดการห้องนอนให้นอนหลับเย็นสบายตลอดคืน

นอกจากการเตรียมความพร้อมของร่างกายก่อนนอนแล้ว สภาพแวดล้อมในการนอนก็มีความสำคัญอย่างมากต่ออุณหภูมิภายในห้องนอน ซึ่งเคล็ดลับการจัดการห้องนอนเหล่านี้จะทำให้ห้องของคุณมีอุณหภูมิที่เย็นลงก่อนเข้านอนได้ และจะทำให้คุณนอนหลับเย็นสบายได้ตลอดทั้งคืน

วิธีที่ 9 พัดลมระบายอากาศ

การติดตั้งพัดลมไว้ตรงหน้าต่างสามารถไล่ลมร้อนภายในห้องออกได้ หากคุณมีพัดลมติดเพดานให้ปรับพัดลมหมุนทวนเข็มนาฬิกา กระแสลมจะสร้างลมเย็นเพื่อทำให้ห้องเย็นลงได้ แต่ถ้าคุณมีพัดลมแบบไม่มีใบพัดด้วยก็จะยิ่งทำให้รู้สึกเย็นสบายขึ้น นอกจากนี้พัดลมแบบนี้ยังให้ความเงียบสงบไม่รบกวนการนอนหลับของคุณ

วิธีที่ 10 ซื้อที่นอนที่ระบายอากาศได้ดี

หากคุณตื่นขึ้นมาแล้วเหงื่อออกทุกคืนอาจถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนที่นอน คนที่นอนแล้วรู้สึกร้อน หรือมีเหงื่อออกเป็นเพราะ ร่างกายจะปล่อยความร้อนออกมาระหว่างนอนเพื่อลดอุณหภูมิภายใน ซึ่งความร้อนเหล่านี้ก็จะถูกดูดซับโดยสิ่งแวดล้อมรอบตัวคุณในขณะนอน (เช่น ฟูกและเครื่องนอน) นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าการซื้อที่นอนที่มีคุณสมบัติระบายความร้อนได้ดีจะช่วยให้คุณนอนหลับเย็นสบาย และที่นอนยางพาราที่มีรูระบายอากาศตามธรรมชาติทั่วทั้งที่นอนจึงเป็นทางเลือกที่เหมาะกับประเทศเรา

วิธีที่ 11 เปลี่ยนเครื่องนอน

ควรเลือกใช้ผ้าปูที่นอนที่ระบายอากาศได้ดี และโปร่งสบายระบายความชื้นจากเหงื่อของคุณได้ดี รวมไปถึงการมองหาหมอนที่สามารถปรับอุณหภูมิหรือระบายความร้อนได้ เพื่อให้คุณนอนหลับเย็นสบายยิ่งขึ้น

วิธีที่ 12 เปลี่ยนไปนอนชั้นล่างสุดของบ้าน

เนื่องจากความร้อนจะระเหยขึ้นบน และชั้นบนสุดของบ้านซึ่งอยู่ใกล้หลังคาจะได้รับความร้อนมากกว่าชั้นล่าง ดังนั้นหากเป็นไปได้ควรหลีกเลี่ยงการนอนชั้นบนสุดของบ้าน

วิธีที่ 13 แช่แข็งผ้าปูที่นอน

การมีผ้าปูที่นอนเย็นในฤดูร้อนเป็นสิ่งที่สำคัญจะช่วยให้คุณนอนหลับเย็นสบาย ก่อนเข้านอนให้วางผ้าปูที่นอนไว้ในถุงและแช่แข็งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง ก่อนนำมาปูนอน เพื่อให้คุณรู้สึกเย็นสบายขณะเคลิ้มหลับ ถึงแม้ว่าความเย็นบนผ้าปูจะไม่สามารถคงอยู่ตลอดการนอนหลับของคุณ แต่อย่างน้อยก็จะทำให้คุณเย็นสบายและหลับได้ง่ายขึ้น

วิธีที่ 14 ปิดมู่ลี่หรือหน้าต่างในระหว่างวัน

หากคุณอยู่ในที่ที่มีสภาพอากาศร้อน ควรปิดมู่ลี่ ผ้าม่าน และหน้าต่าง เพื่อไม่ให้เกิดความร้อนที่มากเกินไปอบอยู่ภายในห้อง การจัดการห้องนอนโดยใช้ผ้าม่านเฉดสีทึบหรือทาสีทึบ สามารถหลีกเลี่ยงไม่ให้แสงแดดส่องถึงตัวคุณได้

วิธีที่ 15 สร้างช่องระบายอากาศในห้องนอนของคุณ

ในการสร้างที่ระบายอากาศในห้องหรือบ้านของคุณเป็นการป้องกันไม่ให้ความร้อนเข้ามาสะสมได้ดีที่สุด สามารถทำได้โดยใช้หน้าต่างและประตูเพื่อสร้างช่องระบายอากาศแบบธรรมชาติ เปิดหน้าต่างที่เล็กตรงข้ามให้อากาศเข้ามา และเปิดอีกช่องให้อากาศออกจากบ้าน เป็นการจัดการห้องนอนและบ้านให้เย็นลงที่ได้ผลดีมาก

เพราะการนอนหลับเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดของมนุษย์ เป็นเวลาที่ร่างกายได้พักผ่อนอย่างเต็มที่หากคุณจัดการสิ่งแวดล้อมในการนอนหรือการจัดการห้องนอนได้เหมาะสม จะทำให้คุณนอนหลับได้สบายและมีคุณภาพมากยิ่งขึ้น